หัวใจของการขี่ม้าคือการสื่อสารระหว่างคนกับม้า

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags:

ใครจะคิดว่าการขี่ม้าไม่ใช่แค่เป็นกีฬาที่ให้ความท้าทายเท่านั้น แต่การขี่ม้ายังเป็นการส่งพลังบำบัดลดอาการเจ็บป่วยหลายๆ อย่าง เช่น อาการปวดหลังให้แก่มนุษย์ได้อีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วคุณคงสนใจการขี่ม้าขึ้นมาตงิดๆล่ะซิ ถึงแม้การขี่ม้าเป็นกีฬาที่ใช้ทักษะและสมรรถภาพทางร่างกายไม่มากเท่าไร แต่ผู้บังคับม้ากลับต้องอาศัยทักษะในการสื่อสารกับม้าอย่างมาก ต้องเข้าใจม้า ต้องสื่อสารกับม้าได้เพราะการขี่ม้ามีทั้งการขอ และการให้ ฉะนั้นหัวใจของการขี่ม้าคือการสื่อสารระหว่างคนกับม้านั่นเอง ถ้าคุณเริ่มสนใจการขี่ม้าแล้วล่ะก็ งั้นลองมาดูกันดีกว่าว่าคุณต้องทำตัวอย่างไร

เตรียมตัวก่อนขี่ม้า

การเรียนขี่ม้านั้นการเตรียมตัวไม่ยุ่งยาก ก่อนอื่นเลยคุณต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าคุณเป็นคนกลัวม้ารึเปล่า เพราะผู้ที่จะเรียนขี่ม้าต้องไม่กลัวม้าสำคัญที่สุดเพราะถ้าคุณเป็นคนกลัวม้าก็คงยากที่จะหัดเรียน

จะเริ่มต้นอย่างไรดี

สถานที่ขี่ม้าแต่ละที่มีหลักสูตรการเรียนที่ใกล้เคียงกันควรสอบถามคอร์สที่คุณต้องการก่อนเริ่มเรียน การเรียนขี่ม้าส่วนใหญ่แบ่งเป็นสามระดับ คือ
ระดับเบื้องต้น เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับม้าและการบำรุงม้า อุปกรณ์การขี่ม้า การขึ้นลงม้า การจัดท่านั่งม้า การจับบังเหียง
ระดับพัฒนา ระดับนี้ผู้เรียนขี่ม้าเริ่มจะเข้าใจและสามารถเข้าจังหวะกับม้าได้มากขึ้น แต่จะเน้นที่ท่านั่งม้า การฝึกวิ่งเรียบยกตัว วิ่งเรียบนั่ง การวิ่งโขยกและข้ามเครื่องกีดขวางบ้างเล็กน้อย
ระดับนักกีฬา ระดับนี้ผู้ขี่ม้ามีความสามารถในการบังคับม้าได้ดีพอสมควรแล้ว ต้องใช้ครูฝึกที่มีความสามารถคอยดูแลขัดเกลาผู้ขี่ม้าให้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้น สามารถลงแข่งกีฬาขี่ม้าในขั้นนี้ได้ ผู้เรียนขี่ม้าจะต้องฝึกทักษะในการทรงตัวและการสื่อสารกับม้า

เรียนรู้ที่จะบังคับม้าให้ไปทิศทางที่ต้องการ ผู้ขี่ม้ายังต้องหมั่นคอยดูแลม้าอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความสนิทสนมกับม้า เพราะม้าก็เหมือนสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขหรือแมวที่ต้องการ การดูแลเอาใจใส่ เพื่อพัฒนาความสมบูรณ์ ความฉลาดของม้า ผู้เรียนขี่ม้ายังต้องหมั่นสังเกตอารมณ์ของม้าให้เป็นด้วยเช่น ถ้าม้าหูตั้งแปลว่าม้าดีใจ หรือถ้าม้าหูลีบ แปลว่าม้ากำลังอารมณ์ไม่ดี ฉะนั้นอย่าเข้าใกล้ นี่เป็นเกร็ดง่ายๆ ในการอ่านอารมณ์ของม้า

ขี่ม้า กีฬาที่ต้องรักสวยรักงามเพื่อความปลอดภัย

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags:

การขี่ม้าเป็นกีฬาที่มีประวัติอันยาวนานซึ่งเกี่ยวโยงกับใช้ม้าเป็นพาหนะในการสู้รบของทหารในสงครามครั้งอดีต กีฬาประเภทนี้ได้รับการบรรจุในโอลิมปิกเกมส์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 และมีการแข่งขันกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งเป็นการแข่งขันเป็น 3 ประเภท คือ ศิลปะการบังคับม้า (Dressage) การขี่ม้าข้ามภูมิประเทศ (Cross Country) และการกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง

การขี่ม้า ถือเป็นกีฬาแห่งความเท่าเทียมกันเนื่องจากเป็นกีฬาที่ไม่มีการแบ่งแยกเพศของนักกีฬา ทั้งผู้หญิงผู้ชายจะทำการแข่งขันในรายการเดียวกัน แม้แต่ในการแข่งขันประเภททีม ก็ไม่มีการกำหนดโควต้าว่าจะต้องมีผู้หญิงหรือผู้ชายเท่าไร ทั้งเป็นกีฬาที่นักกีฬามีอายุใช้งานสูง สามารถแข่งได้จนถึงอายุมากๆ นอกจากนี้ ม้ายังเป็นสัตว์ประเภทเดียวที่ได้รับการนำมาแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งได้รับเกียรติเหมือนเป็นนักกีฬา โดยมีการประกาศชื่อม้าเช่นเดียวกับผู้ขี่และยังมีการมอบรางวัลให้กับม้าอีกด้วย

การบาดเจ็บจากการขี่ม้าส่วนใหญ่เกิดจากการตกม้า และนักกีฬาอาจเสียชีวิตเนื่องจากการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะ ลองนึกภาพม้าแข่งโตเต็มที่จะมีน้ำหนักตัวมากกว่า 500 กิโลกรัม วิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ศีรษะของผู้ขี่จะอยู่สูงจากพื้น 3-4 เมตร เมื่อเกิดอุบัติเหตุแรง กระแทกที่เกิดขึ้นย่อมมหาศาล จึงเป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่งที่ผู้เล่นจะประมาทไม่ได้เลย การป้องกันที่สำคัญที่สุดในการเล่นกีฬาประเภทนี้ คือ การแต่งตัวให้สวยงามรัดกุมค่ะ การขี่ม้ามีกำเนิดมาจากชาติตะวันตก ซึ่งเป็นเมืองหนาว จึงไม่แปลกที่การแต่งกายจะค่อนข้างมิดชิด ซึ่งก็ถือเป็นสิ่งดี เพราะจะป้องกันแขนขาจากการเกิดบาดแผลถลอกหรือฉีกขาด จากการถูกกิ่งไม้เกี่ยวได้ ดังนั้น ผมเผ้าก็ต้องรวบให้ดีและควรเลือกใส่หมวกที่ดีไซน์สำหรับการขี่ม้าโดยเฉพาะ แม้แต่รองเท้าบู๊ตสำหรับขี่ม้า ถ้าเป็นแบบยาวก็จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บในส่วนกระดูกแข้งได้ โดยระหว่างขี่ให้สอดเฉพาะส่วนปลายเท้าเข้าไปในโกลน (ห่วงที่ห้อยออกมาจากอานม้าทั้งสองข้าง สำหรับสอดเท้ายันในเวลาขี่) เพราะถ้าเกิดตกม้าแล้วเท้าติดอยู่กับโกลนก็จะทำให้ถูกม้าลากไปได้และมีการบาดเจ็บมากขึ้นไปอีก

นอกจากการดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญอีกเรื่องก็คือ ผู้ขี่ควรจะให้ความรักกับม้า และสังเกตอารมณ์ตลอดจนพฤติกรรมของม้าให้ดี เพื่อความปลอดภัยในการขี่ เพราะม้าก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารมณ์เหมือนกับเรานั่นแหละ ถ้าวันไหนอารมณ์ไม่ดี ก็อาจเป็นอันตรายกับผู้ขี่ได้ ประโยคที่ว่า…ตกม้าตายมีอยู่จริง ไม่ได้เป็นแค่สำนวนไทยเท่านั้นนะคะ

ประโยชน์ต่อร่างกายการขี่ม้าจัดเป็นแอโรบิคแบบเบาๆ ทำให้หัวใจและปอดแข็งแรง ขณะเดียวกันยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึงชั่วโมงละ 300 แคลอรี่ ทำให้กล้มเนื้อขา ต้นขา และท้องแข็งแรง ช่วยให้ท่วงท่าบุคลิกดี เกิดความสมดุล ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว อวัยวะต่างๆ ทำงานสัมพันธ์กัน

การขี่ม้าเป็นการสร้างกล้ามเนื้อแล้วยังเป็นการออกกำลังกาย

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags: ,


การขี่ม้านั้นเป็นสิ่งที่สร้างความสนุกสนานและความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี การขี่ม้านั้นมีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน หรือ เป็นการกีฬาต่างๆ การขี่เล่นเพื่อการพักผ่อน แม้แต่ใช้ในการเดินทาง การขี่ม้านั้นแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ ประเภท English และ Western ซึ่งจะขี่ไม่เหมือนกัน ต่างกันที่อุปกรณ์ และการบังคับม้า ซึ่งม้าที่ใช้ขี่ในแต่ละแบบ ก็จะต้องผ่านการฝึกมาไม่เหมือนกัน ก่อนที่จะเริ่มการขี่ม้านั้นแนะนำว่าถ้าท่านต้องการเรียนรู้วิธีการขี้ม้า คุณควรมีผู้ที่มีประสบการณ์ในการสอน เพราะการขี่ม้าถึงจะดูไม่ยากเย็นนัก แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด การขี่ม้านั้นมีอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นชุดในการขี่ม้าที่เหมาะสม กันประเภทและวัตถุประสงค์ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เช่น อานม้า บังเหียน ซึ่งก็จะมีหลากหลายแบบตามประเภทของการขี่ม้า ฯลฯ

ก่อนอื่นต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการขี่ม้าก่อน โดยเริ่มที่ชุดสำหรับขี่ม้า การขี่ม้าเป็น กิจกรรมที่ค่อนข้างที่จะอันตราย ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องใส่ชุดที่เหมาะสม ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ และจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขี่ม้า ก็คือ หมวกกันน็อค ซึ่งจะช่วยได้อย่างมากถ้าเกิดตกจากหลังม้า สำหรับเสื้อนั้นควรที่จะเป็นชุดที่ค่อนข้างพอดีตัว ไม่ลุ่มล่าม รองเท้าสำหรับขี่ม้าควรเป็นรองเท้าที่มีส้นเล็กน้อย เพื่อง่ายต่อการขึ้นลงจากหลังม้า แม้แต่ชุดชั้นใน ในต่างประเทศบางประเทศ มีการผลิตชุดชั้นในสำหรับใส่ขี่ม้าโดยเฉพาะเช่นกัน สำหรับสีของเสื้อผ้าที่ใช้ขี่ม้านั้น ถ้าไม่ได้ขี่ในการแข่งขันกีฬาบางชนิด เช่น กระโดนข้ามรั้ว ขี่ม้าสวยงาม ก็จะไม่มีการกำหนดสีเสื้อผ้าที่จำเป็นต้องใส่ในการขี่ม้า

ก่อนที่จะขึ้นหลังม้า ได้นั้นจำเป็นที่จะต้องขึ้นไปบนหลังม้าให้ได้ก่อน สิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมากคือ อย่าอยู่ด้านหลังม้า เพราะนั้นอาจจะทำให้ม้าตกใจและทำร้ายคุณได้ ซึ่งปรกติแล้วการขึ้นม้านั้นจะขี้นทางด้านซ้ายของม้า แต่ก่อนที่จะขึ้นขี่ม้านั้น จะต้องตรวจเช็กอุปกรณ์ต่างๆ ว่าอยู่ในสะภาพที่สมบูรณ์ ดีหรือไม่ และ อุปกรณ์ติดกับตัวม้าได้อย่างแน่หนาหรือไม่ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มขี่ม้า ควรมีผู้ที่มีประสบการณ์ในการขี่ม้าช่วยตรวจตราอุปกรณ์ต่างๆให้ เพราะจำเป็นที่จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ อานม้า ต่างๆให้แน่นพอเหมาะ ไม่ให้หลวมจนทำให้หลุดเลื่อนได้ง่าย แต่ก็ไม่ให้แน่นเกินไปจนทำให้ม้าบาดเจ็บ ในการขึ้นหลังม้านั้น ควรที่จะลูบคอม้าก่อน เพื่อเป็นการบอกกล่าวก่อนที่จะขึ้นหลังม้า เป็นการทำให้ม้าไม่ตกใจ(แล้วแต่ม้าที่ฝึก)

 

ความรู้เบื้องต้นเรื่องการฝึกม้าเพื่อใช้ขี่และการเริ่มต้นในการขี่ม้า

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags: ,

 

การฝึกม้าสำหรับขี่นั้นผู้ฝึกควรจะต้องเรียนรู้วิธีการขี่ที่ถูกต้อง เรียนรู้การออกคำสั่งต่างๆ การบังคับม้าโดยใช้น้ำหนัก การเตือนน่อง การใช้อุปกรณ์ช่วยในการขี่ และอื่นๆในการฝึกม้าที่ดีไม่เพียงแต่จำเป็นจะต้องมีทักษะการตีวง การดูแลม้าที่ดีเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีตาที่ดีมีประสบการณ์จากการขี่ม้าเยอะและสามารถรับมือกับม้าได้ตลอดเวลา อย่างเช่น ม้ามีอาการต่อต้านพุ่งเข้าใส่คนตีวงเราจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร นอกจากนี้การฝึกตีวงยังเป็นการเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ระหว่างผู้ฝึกและม้า เพราะม้าจะต้องมุ่งสมาธิและคอยฟังคำสั่งต่างๆ ซึ่งเวลาที่เหมาะสมในการตีวงคือประมาณ 15-20 นาที มีช่วงพักให้ม้าเป็นระยะและเมื่อม้าเริ่มรู้จักกับคำสั่งต่างๆดีแล้ว พยายามให้เปลี่ยนจังหวะการก้าว เพื่อให้ม้ารู้จักตอบสนองต่อคำสั่งเร็วขึ้น เมื่อม้าคุ้นกับคำสั่งเหล่านี้แล้ว การฝึกขี่ ฝึกคำสั่งต่างๆให้ม้าก็จะขึ้น

การขี่ม้าในระดับเริ่มต้นนั้นต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร
ก่อนเริ่มขี่ม้านั้นจำเป็นจะต้องเรียนรู้วิธีการขี้ม้ามาก่อนเพื่อที่จะสามารถบังคับม้าได้และควรมีผู้ที่มีประสบการณ์ในการสอนมาค่อยให้คำแนะนำก่อนด้วย และจะต้องเรียนรู้อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นในการใช้ในการขี่ม้า อย่างเช่น อานม้า บังเหียนที่มีหลากหลายออกไป ทั้งนี้ในการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับขี่ม้านั้นจะต้องเริ่มจาก มีชุดสำหรับขี่ม้า และเป็นชุดที่เหมาะสมสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ หมวกกันน๊อค เพราจะช่วยได้มากถ้าหากเกิดตกจากหลังม้า ในส่วนของเสื้อควรจะเป็นชุดที่พอดีกับตัว และรองเท้านั้นควรจะเป็นรองเท้าที่มีส้นเล็กน้อย ซึ่งก่อนจะขึ้นหลังม้าได้นั้นสิ่งที่ควรระวังเป็นอย่างมากคือ อย่างอยู่ด้านหลังม้า เพราะจะทำให้ม้าตกใจและทำร้ายได้ สำหรับการขี่ม้านั้นจะต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆด้วยว่าอุปกรณ์ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อยู่หรือไม่ ทั้งนี้ควรจะให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการขี่ม้ามาช่วยตรวจสอบให้ก่อนเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และสามารถบังคับม้าได้ดีขึ้น

การฝึกทักษะเบื้องต้นในการขี่ม้าให้เกิดความชำนาญ

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags: ,

การขี่ม้าเบื้องต้นวิชาการขี่ม้าเป็นแขนงวิชาประเภทศิลปะผสมกับการกีฬา การที่กล่าวว่าเป็นศิลปะนั้นคือม้าเป็นสิ่งมีชีวิตมีจิตใจมีสมองเช่นเดียวกับมนุษย์ ฉะนั้นผู้ขี่ม้าจะต้องมีความสามารถรู้จักวิธีการเข้าถึงจิตใจของม้า ชักจูงโน้มน้าวให้ม้าปฏิบัติตามความประสงค์โดยไม่มีการขัดขืน การติดต่อสื่อสารสัมพันธ์กันระหว่างใจม้ากับใจมนุษย์เป็นเสมือนกับจิตใต้สำนึกติดต่อกันอย่างไม่รู้ตัว นับว่าเป็นศิลป์อันละเอียดอ่อนมากขนาดมนุษย์ด้วยกันพูดกันรู้เรื่องบางครั้งจะให้เขาทำอะไรบางสิ่งบางอย่างตามความประสงค์ของเรายังนับว่ายากอยู่แล้วแต่ม้าเป็นสัตว์โลกต่างประเภทกับมนุษย์พูดให้ม้าทำตามใจเราได้โดยไม่ต่อต้านขัดขืนเลยนับว่าเป็นที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการกีฬาที่ผสมกับศิลป์นั้นส่วนใหญ่แล้วบุคคลทั่วไปจะมีความนึกคิดไปในเรื่องกีฬาการแข่งม้าก็มีส่วนถูกอยู่บ้างเพราะเป็นกีฬาเหมือนกัน แต่วิชาการขี่ม้าการกีฬาหมายถึงผู้ที่ขี่ม้าได้กำลังบริหารร่างกายในขณะขี่ม้าได้ฝึกจิตใจให้มีความกล้าหาญอดทน ฝึกให้สามารถตัดสินใจได้อย่างฉับพลันกับปัญหาเฉพาะหน้า ได้ใช้ม้าแสดงกีฬาร่วมเช่น การแสดงกีฬาบนหลังม้า การแสดงกีฬาขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง เป็นต้น ดังนั้นการขี่ม้านับว่ามีประโยชน์ต่อผู้ขี่ม้าจะได้รับทั้ง ศิลปะ กีฬา กล้า สง่า เข็มแข็ง รอบคอบ ไปพร้อม ๆ กัน  สำหรับในการศึกษาวิชาการขี่ม้านั้นจะต้องได้รับเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในขั้นตอนจะเป็นการศึกษาทางภาคทฤษฎีเพื่อนำไปใช้กับภาคปฏิบัติซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจำและนำไปใช้ให้ถูกต้องต่อไป

– ท่าขี่  เมื่ออยู่บนหลังม้า ให้ยกหัวไหล่ตั้งตรงแผ่นหลังแอ่นเล็กน้อยมือทั้งสองข้างจับบังเหียไว้ หากกำลังให้สัญญาณก็ถือไว้ข้างใดข้างหนึ่ง หากอยากทราบว่าสายโกรนยาวพอดีหรือไม่ ให้ดึงเท้าออกจากโกรน ให้ขาทั้งสองข้างห้อยตรง หากท้องโกรนแตะข้อเท้า ก็แสดงว่ายาวกำลังพอดี ปุ่มโคนหัวแม่เท้าทั้งสองข้างกดอยู่ที่คันที่เหยียบ ส้นเท้าหย่อนลงต่ำ ปลายเท้าหันออกเล็กน้อย ต้นขา เข่า และน่องหนีบอานไว้แต่ไม่ต้องแน่นหนักพยายามให้ช่วงขาตอนล่างไพล่ไปด้านหลังเพื่อให้ใบหู หัวไหล่ และส้นเท้าอยู่ตรงกัน

– วิธีบังคับม้า คุณสามารถสื่อสารกับม้าของคุรได้โดยขยับสายบังเหียนเพียงเบาๆและใช้เสียง ขาทั้งสองข้าง และน้ำหนักตัวนำม้าไป หากต้องการสั่งให้เดินไปข้างหน้า ให้ดึงสายบังเหียนจนตึงชั่วครู่  จากนั้นจึงผ่อนและโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย และใช้ขาทั้งสองข้างหนีบลงไปที่ลำตัวของม้า เมื่อได้จังหวะก้าวเดินตามต้องการแล้วจึงค่อยคลายขาออก เมื่อจะให้ม้าเลี้ยวขวา ให้ดึงสายบังเหียนด้านขวาไว้ ผ่อนสายด้านซ้าย ใช้ขาซ้ายกดลงไปที่ลำตัวม้า ถ้าจะเลี้ยวซ้ายให้ปฏิบัติกลับกัน ส่วนการหยุดหรือชะลอ ให้ดึงสายบังเหียนทั้งสองข้างเข้าหาตัวเบาๆ ถ่ายน้ำหนักตัวลงไปกลับที่ปลายอาน

– การวิ่งเหยาะในเวลาที่ม้าวิ่งเหยาะ ขาหน้าและขาหลังจะยกขึ้นเป็นคู่ตามแนวทแยง  ซึ่งทำให้อาการเคลื่อนที่เป็นไปในลักษณะกระดอนขึ้นลง วิธีขี่ม้าแบบวิ่งเหยาะต้องยกก้นให้ลอยขึ้นจากอานขณะที่ม้ายกขาขึ้นคู่หนึ่ง และลงนั่งเมื่อถึงจังหวะยกขาอีกคู่หนึ่ง ในช่วงที่ยกก้นขึ้นจากอานให้เหยียบโกรนโน้มตัวไปข้างหน้า ยืดเข่าให้ตัวลอยพ้นอาน และหย่อนก้นลงทันที แล้วยกตัวขึ้นใหม่ตามจังหวะ

หัดขี่จะเริ่มต้นขี่ม้าต้องเตรียมตัวอย่างไร ต้องใช้อะไร และมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags: ,

เมื่อพูดถึงกีฬาขี่ม้า หลายๆคนอาจคิดว่าเป็นกีฬาที่ต้องออกแรงเหนื่อย ใช้เวลามาก เหมาะกับผู้ชาย แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดค่ะ ขอบอกได้เต็มปากว่า มันมีเสน่ห์มากและสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินจนติดใจ แต่ก่อนที่จะเริ่มไปฝึกหัดขี่ม้านั้นเคล็ดลับความสำเร็จที่จะต้องถามตัว เองเสียก่อนว่า “เราพร้อมหรือยัง” รีบถามตัวเองเสียก่อนจะตัดสินใจ มิฉะนั้นแล้วการขี่ม้าอาจจะไม่เป็นไปตามจินตนาการที่เราได้วาด ฝันเอาไว้ รวมถึง ถามตัวเองว่าคุณมีในสิ่งเหล่านี้ครบแล้วหรือยัง

1. เวลา
การฝึกหัดทำอะไรก็ตาม เมื่อหัดใหม่ ๆ ต้องมีเวลาให้อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับการขี่ม้า คุณต้องมีเวลาอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง หรือยิ่งมีมากเท่าไรได้ยิ่งดี เพราะความต่อเนื่อง จะทำให้คุณขี่ม้าเป็นเร็วขึ้น แต่ถ้าคุณขี่ ๆ หยุด ๆ ยกตัวอย่างเช่น ขี่สัปดาห์ละครั้งหรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หายไปอีก 2 สัปดาห์ กลับมาขี่อีก 5 ครั้ง อย่างนี้ชาติหน้าก็ขี่ไม่เป็น แต่การขี่ม้านั้น ถ้าขี่เป็นแล้ว เข้าใจหลักของการบังคับแล้ว จะชี่เป็นเลย นั่นหมายความว่าไม่ได้ขี่เป็นปีๆแล้วกลับมาขี่ใหม่ก็ขี่ได้ เช่นเดียวกับการขับรถ

2. การสนับสนุน
การสนับสนุนที่ดี ส่งผลเป็นอย่างมากสำหรับโอกาสในการขี่ม้าที่ก้าวหน้าและได้ผล อาทิ การสนับสนุนจากผู้ปกครองเริ่มตั้งแต่การมารับ-ส่ง ตลอดจนการจัดหาเครื่องแต่งกาย, อุปกรณ์ สำหรับม้า หรือจนกระทั่งถึงการซื้อม้า

3. ความกล้า
การขี่ม้าไม่ใช่เป็นสิ่งที่น่ากลัว แต่จะต้องอาศัยความกล้า เพราะเมื่อเราขึ้นไปอยู่บนหลังม้าแล้ว สิ่งที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยได้นั้นคือ เราจะต้องทำให้ม้าเกิดความมั่นใจตัวเราว่าเราสามารถบังคับเขาได้ สำหรับการขี่ม้า ผู้ขี่เป็นคนบังคับให้ม้าเดิน วิ่ง หยุด ตามที่ต้องการ ผู้ขี่ม้านั้นสามารถบังคับม้าไปในทิศทางใดก็ได้ตามใจปราถนา ซึ่งเราต้องกล้าที่จะออกคำสั่งให้ม้าทำตามเรา, ต้องสามารถสื่อสารกันให้เข้าใจ ทั้งๆที่เราไม่สามารถพูดกับเขารู้เรื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำง่ายๆ การขี่ม้าจึงสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย แต่ถ้าคุณสำรวจตัวเองแล้วว่าเป็นคนขี้กลัว ตกใจง่าย หล่ะก็ กีฬาขี่ม้าน่าจะไม่เหมาะกับคุณและเมื่อคุณสามารถจัดการกับ ข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านี้ได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ เลือกสถานที่จะเรียนขี่ม้า และครูสอนขี่ม้า ปัจจัยตรงนี้มีผลมากเนื่องจากบางครั้งสถานที่ขี่ม้าสะดวก (ใกล้บ้าน) แต่ครูไม่ถูกใจหรือครูถูกใจแต่ไม่สะดวกในการเดินทาง ไม่สามารถไป-มา บ่อย ๆ ได้ โรงเรียนขี่ม้าบางที่มีข้อจำกัดในการรับสมาชิกจำนวนมากๆ บางโรงเรียนอัตราค่าขี่ม้าแพง ซึ่งคนฐานะปานกลางส่วนใหญ่สู้ไม่ไหว และอีกมากมายหลายเหตุผล

การขี่ม้าในสมัยแรกๆนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags:

การขี่ม้าในสมัยแรกๆ นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

อาจารย์ขี่ม้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในศตวรรษที่ 18 ได้แก่ เดอลาแกวิเนียลแห่งฝรั่งเศส เขียนหนังสือโรงเรียนทหารม้า อันเป็นหนังสือที่แพร่หลายมาก แสดงให้ทราบถึงความเจริญแห่งศิลปะประเภทนี้ เดอลาแกวิเนียล เป็นผู้ริเริ่มการทำงานสองเส้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการฝึกขี่ม้า วิธีการของท่านอาจารย์ผู้นี้ ถูกต้องกับเหตุผลและธรรมชาติ ทั้งยังได้เล็งเห็นความสำคัญของการทรงตัวของม้าและของผู้ขี่ เดอลาแกวิเนียล มีจุดหมายในการฝึกม้าเช่นเดียวกับเซโนโฟน คือให้ม้าเป็นม้าที่ดีที่สุดสำหนับนายทหารซึ่งในขณะทำการรบ ความปลอดภัยและสมรรถภาพของนายทหารย่อมขึ้นอยู่ที่ม้า อยู่ในอาการบังคับและเชื่อฟังเพียงใด การขี่ม้าของทหารมีความสำคัญขึ้นตามลำดับจนแพร่ไพศาลถึงพลเรือน ฉะนั้น ย่อมไม่เป็นที่น่าสงสัยว่า โรงเรียนการขี่ม้าของทหารย่อมเป็นศูนย์กลางของวิทยาการประเภทนี้ ใน ค.ศ.1771 ยุกแห่ง ชัวเชอล ได้สถานปนาโรงเรียนขี่ม้าที่โซมือ ขึ้นรุ่งเรืองมือชื่อเสียงเทียบเท่ากับโรงเรียนขี่ม้าที่เนเปิล เป็นศูนย์กลางของทหารม้า จากกองทัพนานาประเทศจนทุกวันนี้ คองต์ เดาเออ ผู้บังคับการโรงเรียนในปลายศตวรรษที่แล้วมา ได้ดัดแปลงแก้ไขทฤษฏีการขี่ม้าที่โซมือให้เจริญยิ่งขึ้น โดยดัดแปลงการขี่ม้าขั้นสูงให้สอดคล้องต้องกับความจำเป็นในการขี่ม้าสมัย ใหม่ อันได้แก่การขี่ม้าในภูมิประเทศ

ในปลายศตวรรษที่แล้วมา กองทัพบกอิตาเลียนได้เปลี่ยนแปลงทฤษฎีการขี่ม้าทั่วโลก เฉพาะท่านั่งม้าไปข้างหน้า งานนี้เกิดขึ้นจากความอุสาหะพากเพียร และความรักศิลปะการขี่ม้าของ ร.อ.คาปลิลีลี ท่านผู้นี้มุ่งเอาใจใส่โดยเฉพาะการขี่ม้า
ในภูมิประเทศ ได้เห็นและรู้สึกว่าท่านั่งม้าสมัยเก่าซึ่งผู้ขี่ใช้ โกลนยาว และเอนตัวไปข้างหลังนั้นขัดกับธรรมชาติของม้า จึงทำให้ม้าทำงานได้ ไม่เท่าเทียมกับที่ควร เช่นที่ม้าจะทำได้หากปราศจากผู้ขี่ ท่านั่งม้าที่ไม่เหมาะทำให้ผู้ขี่ทำความ เจ็บปวดให้แก่ปากม้า และเอวม้า ผู้ขี่และม้าไม่ไปด้วยกัน ขัดขืนกันอยู่โดยเฉพาะขณะข้ามเครื่องกีดขวาง คาปลิลีลีพยายามหาหนทางวิธีการต่าง ๆ ศึกษา และทดลองด้วยตนเองอยู่หลายปี ก็ยังหาบรรลุความสำเร็จสมใจไม่ ในครั้งนั้นการขี่ม้าแข่งก็ยังใช้โกลนยาวเช่นเดียวกัน บังเอิญวันหนึ่งในอเมริกา ณ สนามม้าแห่งหนึ่ง คนขี่ม้าคนหนึ่งเกิดอุปัทวเหตุ นั่งตรงอยู่บนหลังม้าไม่ได้ จึงโน้มตัวทาบไปบนคอม้า ม้าตัวนั้น ไม่ใช่ม้าตัวเก็งและไม่เคยชนะมาก่อน เลยกลับชนะเป็นหนึ่ง ทิ้งตัวอื่น ๆ ไกล คาปลิลีลี รู้กิตติศัพท์ จึงนำมาทดลองกับการขี่ม้าของตนบ้าง ได้ผลคือ ม้าทำงานได้ดีขึ้น มือไม่รบกวนปากม้าเช่นก่อน การบังคับม้ากระทำได้ดี แต่จำต้องร่นสายโกลนให้สั้นเข้า จึงจะสะดวก คาปลิลีลีทดลองทฤษีของตน ประกอบกับหลักวิชาจนได้ผล แล้วนำออกแสดงให้โลกทราบ โดยขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวางสูง ๒ เมตร ๒๐ เซนติเมตร ที่เมือง ดุริน ได้สำเร็จอย่างสะดวกและงดงาม เป็นที่พิศวงโดยทั่วไปทุกประเทศ คาปลิลีลีทำให้เกิดปัญหาขึ้นในวงการขี่ม้าอิตาเลียน ถกเถียงทดลองกันอยู่เป็นเวลานาน จึงเห็นคุณค่าโดยแท้จริง และยอมรับทฤษฎีของคาปลิลีลีมาใช้สำหรับกองทัพบก คาปลิลีลีถูกแต่งตั้งให้เป็นครูขี่ม้าแห่งโรงเรียนขี่ม้า พินเนโรโล มีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงทั้งชาวอิตาเลียนเอง และชาวต่างประเทศอีกเป็นอันมาก คาปลิลีลีตกม้าตายหลังจากที่ได้ตกมาแล้ว ๔๐๐ กว่าครั้ง ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ ๑ จะเกิดขึ้น และขณะที่กำลังจะได้รับยศเป็นพันตรี

 

การศึกษาขั้นตอนการขี่ม้าเบื้องต้น

Categories:  อินเตอร์เน็ต
Tags:

การศึกษาขั้นตอนการขี่ม้าเบื้องต้น

การฝึกม้าสำหรับขี่นั้นยากกว่าการขี่ม้าแน่นอนค่ะ ผู้ฝึกควรจะต้องเรียนรู้วิธีการขี่ที่ถูกต้อง เรียนรู้การออกคำสั่งต่างๆ การบังคับม้าโดยใช้น้ำหนัก การเตือนน่อง การใช้อุปกรณ์ช่วยในการขี่ และอื่นๆ ดังนั้นผู้ฝึกม้าที่ดีไม่เพียงแต่จำเป็นจะต้องมีทักษะการตีวง การดูแลม้าที่ดีเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีตาที่ดี บอกได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด มีประสบการณ์จากการขี่ม้าเยอะและสามารถรับมือกับม้าได้ตลอดเวลา เช่น รู้ว่าเมื่อม้ามีอาการต่อต้านพุ่งเข้าใส่คนตีวงเราจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร หรือ การที่ม้าเคี้ยวปากและหลุบคอลงต่ำแปลว่าอะไร รู้ว่าควรจะต้องให้รางวัลม้าตอนไหน หรือ ลงโทษม้าตอนไหน เป็นต้น การฝึกม้าสำหรับขี่มีรายละเอียดเยอะมากค่ะ อาจจะเขียนได้ไม่ครอบคลุมทั้งหมดแต่จะพยายามถ่ายทอดให้ได้เยอะที่สุดค่ะ การตีวงนั้น ส่วนมากการใช้ราวเพนท์ ( ขนาดที่แนะนำคือประมาณ 15-20 ม. )จะเป็นการตีวงเพื่อให้ม้าได้ออกกำลังกาย แต่หากเราต้องการจะตีวงเพื่อฝึกม้านั้น ควรฝึกตีวงโดยใช้สายตีวง ( และแส้ตีวงในช่วงแรกๆ ) เราจะได้รับประโยชน์จากการตีวงโดยใช้เชือกตีวงมากมาย เพราะจะทำให้เราบังคับม้าได้ง่ายขึ้น ให้ม้าทำวงกลมเล็กลง-ใหญ่ขึ้นได้ และยังช่วยให้ม้ารู้จักเบนคอเข้าหาด้านในของวงกลมซึ่งจะทำให้ม้าพัฒนากล้ามเนื้อคอที่เหมาะสมและรู้จักการสอดขาหลังเวลาทำวง ม้าที่เบนคอไปด้านนอกวง ยกคอขึ้นสูง หรือเบนคอผิดจะทำให้เกิดกล้ามเนื้อที่ไม่ถูกต้องและมีโอกาสสูงที่ม้าจะวิ่งไม่สอดขาหลังซึ่งในการขี่ม้าจัดว่าไม่ถูกต้องเพราะม้าจะไม่ใช้กล้ามเนื้อขาหลัง ส่งผลให้กล้ามเนื้อขาหลังลีบ ก้นเล็ก

นอกจากนี้ การฝึกตีวงยังเป็นการเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ระหว่างผู้ฝึกและม้า เพราะม้าจะต้องมุ่งสมาธิมาที่เราและคอยฟังคำสั่งต่างๆ การตีวงจึงจัดว่าเป็นการฝึกภาคพื้นดิน ที่สำคัญยิ่งในการเริ่มต้นการฝึกม้า การตีวงจะไม่ประสบผลสำเร็จเลยหากผู้ฝึกไม่รู้จักการออกคำสั่งที่ถูกต้องและม้าไม่ทำตามคำสั่ง คำสั่งนั้นมีตั้งแต่ เดิน-ทรอท-แคนเตอร์-หยุด เหล่านี้จัดว่าเป็นคำสั่งพื้นฐานที่ม้าจะต้องปฏิบัติตามได้ทันทีโดยที่ผู้ฝึกใช้แส้ตีวงให้น้อยที่สุดหรือไม่ใช้เลย คำสั่งเหล่านี้ผู้ฝึกจะต้องสอนม้าตั้งแต่เริ่มแรก โดยการเปล่งเสียงจะต้องทำโดยใช้โทนเสียงที่ต่างกัน เพราะม้าจะรับรู้คำสั่งพวกนี้จากโทนเสียงสูง-ต่ำ-สั้น-ยาวที่ชัดเจน ม้าไม่สามารถแยกแยะคำพูดธรรมดาได้ค่ะ เวลาที่เหมาะสมในการตีวงคือประมาณ 15-20 นาที มีช่วงพักให้ม้าเป็นระยะๆ เมื่อม้าเริ่มรู้จักกับคำสั่งต่างๆดีแล้ว ให้พยายามเปลี่ยนจังหวะการก้าวของม้าบ่อยๆ เพื่อให้ม้ารู้จักตอบสนองต่อคำสั่งเร็วขึ้น ลดการใช้แส้ตีวงลงเรื่อยๆจนในที่สุดให้งดใช้แส้เลย เมื่อม้าคุ้นกับคำสั่งเหล่านี้ดีแล้วและปฏิบัติตามได้อย่างร้อยเปอเซน เมื่อนั้นการฝึกขี่ ฝึกคำสั่งต่างๆให้ม้าก็จะง่าย เพราะเมื่อมีผู้ขี่นั่งบนหลัง ให้ผู้ขี่ออกคำสั่งเตือนน่องให้ม้าเดิน พร้อมกับมีคนบนพื้นอีกหนึ่งคนออกคำสั่งเดียวกันกับเวลาตีวง เมื่อม้าเดิน ให้ตบคอม้าหรือให้ขนมเล็กๆน้อยๆแก่ม้า และเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ทำไปสักพัก ม้าจะจำคำสั่งได้เองค่ะ