หัวใจของการขี่ม้าคือการสื่อสารระหว่างคนกับม้า

Categories:  อินเตอร์เน็ต

ใครจะคิดว่าการขี่ม้าไม่ใช่แค่เป็นกีฬาที่ให้ความท้าทายเท่านั้น แต่การขี่ม้ายังเป็นการส่งพลังบำบัดลดอาการเจ็บป่วยหลายๆ อย่าง เช่น อาการปวดหลังให้แก่มนุษย์ได้อีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วคุณคงสนใจการขี่ม้าขึ้นมาตงิดๆล่ะซิ ถึงแม้การขี่ม้าเป็นกีฬาที่ใช้ทักษะและสมรรถภาพทางร่างกายไม่มากเท่าไร แต่ผู้บังคับม้ากลับต้องอาศัยทักษะในการสื่อสารกับม้าอย่างมาก ต้องเข้าใจม้า ต้องสื่อสารกับม้าได้เพราะการขี่ม้ามีทั้งการขอ และการให้ ฉะนั้นหัวใจของการขี่ม้าคือการสื่อสารระหว่างคนกับม้านั่นเอง ถ้าคุณเริ่มสนใจการขี่ม้าแล้วล่ะก็ งั้นลองมาดูกันดีกว่าว่าคุณต้องทำตัวอย่างไร

เตรียมตัวก่อนขี่ม้า

การเรียนขี่ม้านั้นการเตรียมตัวไม่ยุ่งยาก ก่อนอื่นเลยคุณต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าคุณเป็นคนกลัวม้ารึเปล่า เพราะผู้ที่จะเรียนขี่ม้าต้องไม่กลัวม้าสำคัญที่สุดเพราะถ้าคุณเป็นคนกลัวม้าก็คงยากที่จะหัดเรียน

จะเริ่มต้นอย่างไรดี

สถานที่ขี่ม้าแต่ละที่มีหลักสูตรการเรียนที่ใกล้เคียงกันควรสอบถามคอร์สที่คุณต้องการก่อนเริ่มเรียน การเรียนขี่ม้าส่วนใหญ่แบ่งเป็นสามระดับ คือ
ระดับเบื้องต้น เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับม้าและการบำรุงม้า อุปกรณ์การขี่ม้า การขึ้นลงม้า การจัดท่านั่งม้า การจับบังเหียง
ระดับพัฒนา ระดับนี้ผู้เรียนขี่ม้าเริ่มจะเข้าใจและสามารถเข้าจังหวะกับม้าได้มากขึ้น แต่จะเน้นที่ท่านั่งม้า การฝึกวิ่งเรียบยกตัว วิ่งเรียบนั่ง การวิ่งโขยกและข้ามเครื่องกีดขวางบ้างเล็กน้อย
ระดับนักกีฬา ระดับนี้ผู้ขี่ม้ามีความสามารถในการบังคับม้าได้ดีพอสมควรแล้ว ต้องใช้ครูฝึกที่มีความสามารถคอยดูแลขัดเกลาผู้ขี่ม้าให้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้น สามารถลงแข่งกีฬาขี่ม้าในขั้นนี้ได้ ผู้เรียนขี่ม้าจะต้องฝึกทักษะในการทรงตัวและการสื่อสารกับม้า

เรียนรู้ที่จะบังคับม้าให้ไปทิศทางที่ต้องการ ผู้ขี่ม้ายังต้องหมั่นคอยดูแลม้าอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความสนิทสนมกับม้า เพราะม้าก็เหมือนสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขหรือแมวที่ต้องการ การดูแลเอาใจใส่ เพื่อพัฒนาความสมบูรณ์ ความฉลาดของม้า ผู้เรียนขี่ม้ายังต้องหมั่นสังเกตอารมณ์ของม้าให้เป็นด้วยเช่น ถ้าม้าหูตั้งแปลว่าม้าดีใจ หรือถ้าม้าหูลีบ แปลว่าม้ากำลังอารมณ์ไม่ดี ฉะนั้นอย่าเข้าใกล้ นี่เป็นเกร็ดง่ายๆ ในการอ่านอารมณ์ของม้า

Tags:

Comments are closed.