การฝึกทักษะเบื้องต้นในการขี่ม้าให้เกิดความชำนาญ

Categories:  อินเตอร์เน็ต

การขี่ม้าเบื้องต้นวิชาการขี่ม้าเป็นแขนงวิชาประเภทศิลปะผสมกับการกีฬา การที่กล่าวว่าเป็นศิลปะนั้นคือม้าเป็นสิ่งมีชีวิตมีจิตใจมีสมองเช่นเดียวกับมนุษย์ ฉะนั้นผู้ขี่ม้าจะต้องมีความสามารถรู้จักวิธีการเข้าถึงจิตใจของม้า ชักจูงโน้มน้าวให้ม้าปฏิบัติตามความประสงค์โดยไม่มีการขัดขืน การติดต่อสื่อสารสัมพันธ์กันระหว่างใจม้ากับใจมนุษย์เป็นเสมือนกับจิตใต้สำนึกติดต่อกันอย่างไม่รู้ตัว นับว่าเป็นศิลป์อันละเอียดอ่อนมากขนาดมนุษย์ด้วยกันพูดกันรู้เรื่องบางครั้งจะให้เขาทำอะไรบางสิ่งบางอย่างตามความประสงค์ของเรายังนับว่ายากอยู่แล้วแต่ม้าเป็นสัตว์โลกต่างประเภทกับมนุษย์พูดให้ม้าทำตามใจเราได้โดยไม่ต่อต้านขัดขืนเลยนับว่าเป็นที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการกีฬาที่ผสมกับศิลป์นั้นส่วนใหญ่แล้วบุคคลทั่วไปจะมีความนึกคิดไปในเรื่องกีฬาการแข่งม้าก็มีส่วนถูกอยู่บ้างเพราะเป็นกีฬาเหมือนกัน แต่วิชาการขี่ม้าการกีฬาหมายถึงผู้ที่ขี่ม้าได้กำลังบริหารร่างกายในขณะขี่ม้าได้ฝึกจิตใจให้มีความกล้าหาญอดทน ฝึกให้สามารถตัดสินใจได้อย่างฉับพลันกับปัญหาเฉพาะหน้า ได้ใช้ม้าแสดงกีฬาร่วมเช่น การแสดงกีฬาบนหลังม้า การแสดงกีฬาขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง เป็นต้น ดังนั้นการขี่ม้านับว่ามีประโยชน์ต่อผู้ขี่ม้าจะได้รับทั้ง ศิลปะ กีฬา กล้า สง่า เข็มแข็ง รอบคอบ ไปพร้อม ๆ กัน  สำหรับในการศึกษาวิชาการขี่ม้านั้นจะต้องได้รับเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในขั้นตอนจะเป็นการศึกษาทางภาคทฤษฎีเพื่อนำไปใช้กับภาคปฏิบัติซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจำและนำไปใช้ให้ถูกต้องต่อไป

– ท่าขี่  เมื่ออยู่บนหลังม้า ให้ยกหัวไหล่ตั้งตรงแผ่นหลังแอ่นเล็กน้อยมือทั้งสองข้างจับบังเหียไว้ หากกำลังให้สัญญาณก็ถือไว้ข้างใดข้างหนึ่ง หากอยากทราบว่าสายโกรนยาวพอดีหรือไม่ ให้ดึงเท้าออกจากโกรน ให้ขาทั้งสองข้างห้อยตรง หากท้องโกรนแตะข้อเท้า ก็แสดงว่ายาวกำลังพอดี ปุ่มโคนหัวแม่เท้าทั้งสองข้างกดอยู่ที่คันที่เหยียบ ส้นเท้าหย่อนลงต่ำ ปลายเท้าหันออกเล็กน้อย ต้นขา เข่า และน่องหนีบอานไว้แต่ไม่ต้องแน่นหนักพยายามให้ช่วงขาตอนล่างไพล่ไปด้านหลังเพื่อให้ใบหู หัวไหล่ และส้นเท้าอยู่ตรงกัน

– วิธีบังคับม้า คุณสามารถสื่อสารกับม้าของคุรได้โดยขยับสายบังเหียนเพียงเบาๆและใช้เสียง ขาทั้งสองข้าง และน้ำหนักตัวนำม้าไป หากต้องการสั่งให้เดินไปข้างหน้า ให้ดึงสายบังเหียนจนตึงชั่วครู่  จากนั้นจึงผ่อนและโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย และใช้ขาทั้งสองข้างหนีบลงไปที่ลำตัวของม้า เมื่อได้จังหวะก้าวเดินตามต้องการแล้วจึงค่อยคลายขาออก เมื่อจะให้ม้าเลี้ยวขวา ให้ดึงสายบังเหียนด้านขวาไว้ ผ่อนสายด้านซ้าย ใช้ขาซ้ายกดลงไปที่ลำตัวม้า ถ้าจะเลี้ยวซ้ายให้ปฏิบัติกลับกัน ส่วนการหยุดหรือชะลอ ให้ดึงสายบังเหียนทั้งสองข้างเข้าหาตัวเบาๆ ถ่ายน้ำหนักตัวลงไปกลับที่ปลายอาน

– การวิ่งเหยาะในเวลาที่ม้าวิ่งเหยาะ ขาหน้าและขาหลังจะยกขึ้นเป็นคู่ตามแนวทแยง  ซึ่งทำให้อาการเคลื่อนที่เป็นไปในลักษณะกระดอนขึ้นลง วิธีขี่ม้าแบบวิ่งเหยาะต้องยกก้นให้ลอยขึ้นจากอานขณะที่ม้ายกขาขึ้นคู่หนึ่ง และลงนั่งเมื่อถึงจังหวะยกขาอีกคู่หนึ่ง ในช่วงที่ยกก้นขึ้นจากอานให้เหยียบโกรนโน้มตัวไปข้างหน้า ยืดเข่าให้ตัวลอยพ้นอาน และหย่อนก้นลงทันที แล้วยกตัวขึ้นใหม่ตามจังหวะ

Tags: ,

Comments are closed.