การขี่ม้าในสมัยแรกๆนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

Categories:  อินเตอร์เน็ต

การขี่ม้าในสมัยแรกๆ นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

อาจารย์ขี่ม้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในศตวรรษที่ 18 ได้แก่ เดอลาแกวิเนียลแห่งฝรั่งเศส เขียนหนังสือโรงเรียนทหารม้า อันเป็นหนังสือที่แพร่หลายมาก แสดงให้ทราบถึงความเจริญแห่งศิลปะประเภทนี้ เดอลาแกวิเนียล เป็นผู้ริเริ่มการทำงานสองเส้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการฝึกขี่ม้า วิธีการของท่านอาจารย์ผู้นี้ ถูกต้องกับเหตุผลและธรรมชาติ ทั้งยังได้เล็งเห็นความสำคัญของการทรงตัวของม้าและของผู้ขี่ เดอลาแกวิเนียล มีจุดหมายในการฝึกม้าเช่นเดียวกับเซโนโฟน คือให้ม้าเป็นม้าที่ดีที่สุดสำหนับนายทหารซึ่งในขณะทำการรบ ความปลอดภัยและสมรรถภาพของนายทหารย่อมขึ้นอยู่ที่ม้า อยู่ในอาการบังคับและเชื่อฟังเพียงใด การขี่ม้าของทหารมีความสำคัญขึ้นตามลำดับจนแพร่ไพศาลถึงพลเรือน ฉะนั้น ย่อมไม่เป็นที่น่าสงสัยว่า โรงเรียนการขี่ม้าของทหารย่อมเป็นศูนย์กลางของวิทยาการประเภทนี้ ใน ค.ศ.1771 ยุกแห่ง ชัวเชอล ได้สถานปนาโรงเรียนขี่ม้าที่โซมือ ขึ้นรุ่งเรืองมือชื่อเสียงเทียบเท่ากับโรงเรียนขี่ม้าที่เนเปิล เป็นศูนย์กลางของทหารม้า จากกองทัพนานาประเทศจนทุกวันนี้ คองต์ เดาเออ ผู้บังคับการโรงเรียนในปลายศตวรรษที่แล้วมา ได้ดัดแปลงแก้ไขทฤษฏีการขี่ม้าที่โซมือให้เจริญยิ่งขึ้น โดยดัดแปลงการขี่ม้าขั้นสูงให้สอดคล้องต้องกับความจำเป็นในการขี่ม้าสมัย ใหม่ อันได้แก่การขี่ม้าในภูมิประเทศ

ในปลายศตวรรษที่แล้วมา กองทัพบกอิตาเลียนได้เปลี่ยนแปลงทฤษฎีการขี่ม้าทั่วโลก เฉพาะท่านั่งม้าไปข้างหน้า งานนี้เกิดขึ้นจากความอุสาหะพากเพียร และความรักศิลปะการขี่ม้าของ ร.อ.คาปลิลีลี ท่านผู้นี้มุ่งเอาใจใส่โดยเฉพาะการขี่ม้า
ในภูมิประเทศ ได้เห็นและรู้สึกว่าท่านั่งม้าสมัยเก่าซึ่งผู้ขี่ใช้ โกลนยาว และเอนตัวไปข้างหลังนั้นขัดกับธรรมชาติของม้า จึงทำให้ม้าทำงานได้ ไม่เท่าเทียมกับที่ควร เช่นที่ม้าจะทำได้หากปราศจากผู้ขี่ ท่านั่งม้าที่ไม่เหมาะทำให้ผู้ขี่ทำความ เจ็บปวดให้แก่ปากม้า และเอวม้า ผู้ขี่และม้าไม่ไปด้วยกัน ขัดขืนกันอยู่โดยเฉพาะขณะข้ามเครื่องกีดขวาง คาปลิลีลีพยายามหาหนทางวิธีการต่าง ๆ ศึกษา และทดลองด้วยตนเองอยู่หลายปี ก็ยังหาบรรลุความสำเร็จสมใจไม่ ในครั้งนั้นการขี่ม้าแข่งก็ยังใช้โกลนยาวเช่นเดียวกัน บังเอิญวันหนึ่งในอเมริกา ณ สนามม้าแห่งหนึ่ง คนขี่ม้าคนหนึ่งเกิดอุปัทวเหตุ นั่งตรงอยู่บนหลังม้าไม่ได้ จึงโน้มตัวทาบไปบนคอม้า ม้าตัวนั้น ไม่ใช่ม้าตัวเก็งและไม่เคยชนะมาก่อน เลยกลับชนะเป็นหนึ่ง ทิ้งตัวอื่น ๆ ไกล คาปลิลีลี รู้กิตติศัพท์ จึงนำมาทดลองกับการขี่ม้าของตนบ้าง ได้ผลคือ ม้าทำงานได้ดีขึ้น มือไม่รบกวนปากม้าเช่นก่อน การบังคับม้ากระทำได้ดี แต่จำต้องร่นสายโกลนให้สั้นเข้า จึงจะสะดวก คาปลิลีลีทดลองทฤษีของตน ประกอบกับหลักวิชาจนได้ผล แล้วนำออกแสดงให้โลกทราบ โดยขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวางสูง ๒ เมตร ๒๐ เซนติเมตร ที่เมือง ดุริน ได้สำเร็จอย่างสะดวกและงดงาม เป็นที่พิศวงโดยทั่วไปทุกประเทศ คาปลิลีลีทำให้เกิดปัญหาขึ้นในวงการขี่ม้าอิตาเลียน ถกเถียงทดลองกันอยู่เป็นเวลานาน จึงเห็นคุณค่าโดยแท้จริง และยอมรับทฤษฎีของคาปลิลีลีมาใช้สำหรับกองทัพบก คาปลิลีลีถูกแต่งตั้งให้เป็นครูขี่ม้าแห่งโรงเรียนขี่ม้า พินเนโรโล มีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงทั้งชาวอิตาเลียนเอง และชาวต่างประเทศอีกเป็นอันมาก คาปลิลีลีตกม้าตายหลังจากที่ได้ตกมาแล้ว ๔๐๐ กว่าครั้ง ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ ๑ จะเกิดขึ้น และขณะที่กำลังจะได้รับยศเป็นพันตรี

 

Tags:

Comments are closed.